เรียนไท้เก๊กกับ ด.ช.ธนิน
เรียนไท้เก๊กกับ ด.ช.ธนิน
นำแสดงโดย ด.ช. ธนิน พิทักษ์สกุลหงส์
กำกับการแสดงโดย วิมุติ วสะหลาย

ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อ 15 มกราคม 2547
รู้จักไท้เก๊ก
ไท้เก๊ก เป็นศิลปการต่อสู้โบราณของจีน คำว่า "ไท้เก๊ก" เป็นภาษาแต้จิ๋ว มาจากคำจีนกลางว่า "ไท่จี๋" หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า "ไท่จี๋ฉวน" (Taiji Quan) ซึ่งแปลว่า มวยไท้เก๊ก นั่นเอง เพื่อความคุ้นหู ต่อไปนี้ผมจะขอเรียกว่า ไท้เก๊ก ตลอดบทเรียน
ไท้เก๊ก มีต้นกำเนิดมานานนับพันปี ต้นกำเนิดของไท้เก๊กไม่ชัดเจนนัก บางแหล่งกล่าวว่า จาง ซันฟง เป็นผู้คิดวิชาการต่อสู้ไท้เก๊กขึ้นมาโดยใช้หลักการของใช้ความช้าพิชิตความเร็ว ใช้ความอ่อนโยนสยบความแข็งกร้าว
มวยไท้เก๊ก ได้เติบโตมาเคียงคู่กับประวัติศาสตร์อันยาวนานของชาติจีน มีการแตกหน่อแตกแขนงสืบลูกสืบหลานออกเป็นหลายสำนัก หลายสกุล แต่ละสำนักล้วนมีจุดเด่นเฉพาะตัวต่างกันไป ต่อมาในปี 2499 ทางการจีนได้เรียบเรียงแบบแผนไท้เก๊กฉบับใหม่เพื่อให้เป็นไท้เก๊กมาตรฐานสำหรับออกกำลังกาย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย มวยไท้เก๊กมาตรฐานนี้ดัดแปลงมาจากมวยไท้เก๊กของตระกูลหยาง โดยทำให้สั้น ง่าย และสมมาตรมากขึ้น มีกระบวนท่าทั้งสิ้น 24 กระบวนท่า เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย
นอกจากชุดมาตรฐาน 24 ท่านี้แล้ว ยังมีชุดมาตรฐานที่ยาวกว่าที่ออกมาที่หลัง คือ 88 ท่า นอกจากนี้ยังมีชุดอื่นที่เรียบเรียงใหม่ขึ้นมาอีกหลายชุด เช่นชุดสำหรับชาวตะวันตก 37 ท่า ชุดสำหรับแข่งขัน 42 ท่า ฯลฯ
ชุด 24 ท่า เป็นชุดที่มีผู้นิยมรำแพร่หลายที่สุด ในบทเรียน "เรียนไท้เก๊กกับ ด.ช.ธนิน" นี้ ผมก็จะขอสอนเฉพาะชุดมาตรฐาน 24 ท่านี้ เพราะชุดใหญ่กว่านี้อาโซ้ยกู๋ของผมเขาขี้เกียจวาด
ลักษณะของไท้เก๊ก
การรำไท้เก๊กรอบหนึ่ง ประกอบขึ้นจากกระบวนท่าสั้น ๆ หลายกระบวนท่าต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้นจนจบ ไท้เก๊กชุดเล็ก 24 กระบวนท่าใช้เวลารำรอบหนึ่งประมาณ 4-6 นาที เมื่อจบแล้วก็อาจเริ่มต้นใหม่ กี่รอบก็ได้
ท่วงท่าและก้าวย่างของไท้เก๊กนุ่มนวล แช่มช้า ไม่ก้าวร้าวดุดัน แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงความสุขุม ขึงขังระวังระไว และองอาจอยู่ในที การเคลื่อนไหวของอวัยวะทุกส่วนจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องและกลมกลืน ไม่มีการเกร็งกล้ามเนื้ออย่างไม่จำเป็น
หลังจากการรำไท้เก๊กเป็นระยะเวลาหนึ่ง จะเสียเหงื่อมาก มากกว่าการวิ่งจ๊อกกิ้งที่ใช้เวลาเท่ากัน ในขณะที่จังหวะการเต้นของหัวใจยังคงเป็นปรกติเหมือนกับเดินเล่นเท่านั้น
ประโยชน์จากการฝึกไท้เก๊ก
แม้ไท้เก๊กจะเกิดขึ้นมาจากศิลปะการต่อสู้ แต่แบบแผนไท้เก๊กที่ใช้กันในปัจจุบันคือการออกกำลังกาย ดังนั้นจงอย่าเข้าใจผิดคิดว่าการฝึกไท้เก๊กเป็นการฝึกวิทยายุทธหรือกำลังภายใน หากคิดจะเรียนการต่อสู้ป้องกันตัวแล้วขอให้ไปเรียนมวยไทยดีกว่า สิ่งที่จะได้จากการฝึกไท้เก๊กคือร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่สงบเยือกเย็น อารมณ์ที่เบิกบานแจ่มใส ผู้ที่รำไท้เก๊กอย่างสม่ำเสมอจะไม่ป่วยไข้บ่อย อายุยืนยาว พละกำลังภายนอกจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกำลังขา ผู้เฒ่าที่ฝึกไท้เก๊กจะมีกำลังขาดีกว่าคนหนุ่มธรรมดาเสียอีก
เตรียมตัวก่อนรำไท้เก๊ก
สถานที่
การรำไท้เก๊ก ผู้รำหนึ่งคน จะใช้พื้นที่เป็นแนวยาว กว้างประมาณ 3-4 เมตร ยาวประมาณ 10 เมตร พื้นเรียบ ไม่ควรลื่นจนเกินไปนัก
การแต่งกาย
การแต่งกายเป็นสิ่งจำเป็นพอสมควรสำหรับการรำไท้เก๊ก แต่คงไม่ถึงกับต้องไปซื้อชุดจีนมาใส่ ควรใส่ชุดอะไรก็ได้ที่ใส่สบาย ควรจะหลวมเข้าไว้ เพราะท่าทางของไท้เก๊กค่อนข้างโลดโผน มีการฉีกแข้งฉีกขาหลายครั้ง ควรเป็นกางเกงขายาว เช่นกางเกงวอร์ม กางเกงชาวเล หรือกางเกงนอนก็ได้ กางเกงสแล็กก็พอไหว แต่กางเกงยีนส์ใช้ไม่ได้ กางเกงขาสั้นไม่เหมาะนักเพราะเมื่อมีการยกขาสูงอาจเกิดมุมอุดจาดได้ เสื้อก็ควรจะหลวมและโปร่ง การรำไท้เก๊กเสียเหงื่อมาก หากใส่เสื้อที่ระบายอากาศไม่ดีจะอึดอัดเกินไป จะเป็นเสื้อแขนสั้นหรือแขนยาวก็ได้ แต่แขนยาวจะดูสวยงามกว่า รองเท้าควรใช้ผ้าใบหุ้มส้นเรียบร้อย พื้นเรียบ พื้นล่างของรองเท้าไม่ต้องดีนักก็ได้ รองเท้าผ้าใบแบบจีนจะเหมาะกับไท้เก๊กมากเพราะว่าพื้นรองเท้าดอกตื้น เกาะพื้นไม่แน่นเหนียวเกินไป ทำให้ควบคุมเท้าได้ง่ายและราคาถูก ถ้าไม่มีก็ใช้รองเท้ากีฬาทั่วไปก็ได้ เช่นรองเท้าวิ่ง สำหรับนักเรียนก็ใช้รองเท้าพละที่เรียนได้ ไม่ควรใช้รองเท้าหุ้มข้อ รองเท้าแตะ หรือเท้าเปล่า
ข้อควรจำ
  • การรำไท้เก๊ก คือการออกกำลังกาย ไม่ใช่การฝึกวิทยายุทธ
  • รำไท้เก๊ก ไม่ต้องเก๊ก
  • รักษาลมหายใจให้ต่อเนื่อง ห้ามชะงัก
  • อย่ากลัวว่าจะรำไม่สวยเหมือนในวิดีโอสอนไท้เก๊ก ให้ทำไปเท่าที่สังขารจะเอื้ออำนวย เมื่อฝึกปรือจนร่างกายเราดีขึ้น ท่วงท่าของเราจะสวยงามไปเอง
  • อย่าฝืนเกินไปจนเป็นการทรมานร่างกาย แต่ก็อย่าหย่อนยานเกินไปจนเป็นการมักง่าย
กระบวนท่าของไท้เก๊ก
ต่อไปนี้ คือท่าทั้ง 24 ของไท้เก๊กมาตรฐาน นายแบบคือผมเอง แต่ละท่ายังมีกระบวนท่าและลีลาอีกหลายขั้นตอนซึ่งยังไม่แสดงไว้ แต่อาจจะนำเสนออีกทีในการปรับปรุงคราวต่อไป
1. เริ่มต้น
"ฉี่ซื่อ"
2.
"จั่วอิ้วแหยหม่าเฟินจง"
3. กระเรียนขาวสยายปีก
"ไป๋เฮ่อเลี่ยงชื่อ"
4. ...
"จั่วอิ้วโลวซีเอ้าปู้"
5. บรรเลงพิณ
"โส่วฮุยผีปา"
6. ...
"จั่วอิ้วเต๋าเจี่ยนกง"
7. ...
"จั๋วหลั่นเชี่ยเหว่ย"
8. ...
"อิ้วหลั่นเชี่ยเหว่ย"
9. แส้เดี่ยว
"ตันเปียน"
10. โบกมือดั่งเมฆไหล
"อวิ๋นโส่ว"
11. แส้เดี่ยว
"ตันเปียน"
12. ...
"เกาทั่นหม่า"
13. ...
"อิ้วเติงเจี่ยว"
14. ...
"ซวงเฟิงก้วนเอ่อ"
15. ...
"จ่วนเซินจั่วเติงเจี่ยว"
16. ...
"จั่วเซี่ยซื่อตู๋ลี่"
17. ...
"อิ้วเซี่ยซื่อตู๋ลี่"
18. ...
"จั่วอิ้วชวนซัว"
19. เข็มปักสมุทร
"ไห่ตี่เจิน"
20. ...
"สั่นทงเปย"
21. ...
"จ่วนเซินปันลันฉุย"
22. ...
"หรูเฟิงซื่อปี้"
23. ไขว้แขน
"สือจื้อโส่ว"
24. จบ
"โซวซื่อ"

เริ่มฝึกอย่างไรดี?
มีวิธีฝึกไท้เก๊กอยู่หลายวิธี แน่นอนว่า ลำพังเว็บ "เรียนไท้เก๊กกับเด็กชายธนิน" ซึ่งเป็นเพียงเว็บแนะนำไท้เก๊กเบื้องต้น ไม่สามารถสอนให้ใครรำไท้เก๊กได้ดีได้ หรือแม้แต่หนังสือเล่มโต ๆ ก็ทำไม่ได้ การจะฝึกไท้เก๊กได้จะต้องเรียนจากการเคลื่อนไหวจริง ๆ จึงจะเข้าใจการเคลื่อนไหวในวิถีของไท้เก๊กได้
ผู้ที่ฝึกด้วยตนเองอาจฝึกจากซีดีหรือวิดีโอฝึกสอนก็ได้ ปัจจุบันมีซีดีสอนไท้เก๊กวางขายอยู่มากมายหลายแบบ อย่างไรก็ตาม การฝึกคนเดียวจากโทรทัศน์ทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะโทรทัศน์ตั้งอยู่กับที่ แต่ขณะรำต้องหันซ้ายหันขวาหมุนตัวหลายครั้ง ต้องมีความเพียรมากจึงจะทำได้
วิธีฝึกที่ดีและง่ายที่สุด คือไปฝึกจากสถานที่จริง คนจริง ตามสวนสาธารณะที่มีคนรำอยู่แล้ว ให้ไปร่วมวงกับเขาจะดีที่สุด สหายชาวไท้เก๊กผู้เบิกบานย่อมไม่ใจคอคับแคบ พร้อมเสมอที่จะแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้ผู้มาใหม่ ผู้ที่ "เป็นมวย" จะจัดให้คนใหม่อยู่กลางวง เพื่อให้ผู้ฝึกใหม่มีตัวอย่างที่ถูกต้องให้ดูเสมอไม่ว่าหันหน้าไปทางใด
เคล็ด(ไม่)ลับ
ฝึกทีละท่อน
เมื่อเริ่มต้นฝึก อาจสับสนตามไม่ทัน การฝึกทีละท่อนอาจช่วยได้ วิธีนี้คือการฝึกเฉพาะท่อนขาก่อน ปล่อยแขนไว้เฉย ๆ เมื่อเข้าใจการสืบเท้าวางเท้าและลำดับของก้าวดีแล้ว ก็เปลี่ยนมาฝึกเฉพาะแขนอย่างเดียว ขาไม่ต้องก้าวตาม เพียงแต่หันซ้ายหันขวาตามก็พอ เมื่อเริ่มจับทางได้จนสามารถเคลื่อนไหวแขนขาได้คล่องแล้ว ค่อยมารำพร้อมกันทั้งแขนขา วิธีนี้จะช่วยได้มาก
ทำความเข้าใจชื่อท่า
แต่ละท่าของไท้เก๊กมีชื่อที่มักสื่อความหมายดี ถ้าเข้าใจความหมายของชื่อท่าก็จะช่วยให้การวางท่าทางถูกต้องมากกว่าทำโดยไม่เข้าใจความหมายของชื่อท่า
เข้ากล้อง
ถ้ามีกล้องวิดีโออยู่ก็จงใช้ให้เป็นประโยชน์ การดูภาพยนต์ตัวเองรำจะช่วยจับผิดตัวเองได้ดีขึ้น แล้วเรียนรู้แก้ไขในคราวต่อไป
ส่งท้าย
หวังว่า คุณ ๆ คงจะได้รับความรู้และรู้จักกับไท้เก๊กพอสมควร ขั้นต่อไปก็ขึ้นกับตัวคุณเองว่าจะทำได้ดีเพียงใด ขอให้พากเพียร หมั่นฝึกฝน เพิ่มเติมความรู้และทักษะอยู่เสมอ ไม่ใช่เป็นแล้วเลิก และโปรดอย่าคิดง่าย ๆ ว่าฝึกสักสองสามอาทิตย์แล้วจะแข็งแรงเป็นหนุ่มเป็นสาวทันตาเห็น ไท้เก๊กไม่ใช่ทีวีมีเดีย ของจริงย่อมไม่อิงปาฏิหารย์ ประโยชน์อันอเนกอนันต์ของไท้เก๊กที่กล่าวอ้างมาจะเห็นผลก็ต่อเมื่อฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลานาน
อย่าลืมว่าไท้เก๊กคือการออกกำลังกาย ผมยืนยันได้ว่าไท้เก๊กคือการออกกำลังกายที่ดี แต่ไม่อาจพูดได้ว่าไท้เก๊กจะดีที่สุดหรือจะวิเศษวิโสกว่าการออกกำลังกายอย่างอื่น ไม่ควรดูแคลนการออกกำลังกายแผนอื่นว่าด้อยกว่า นั่นไม่เพียงแต่เป็นการไม่เคารพต่อวิชาไท้เก๊กและครูไท้เก๊กเท่านั้น ยังเป็นการแสดงความขลาดเขลาของตนเองอีกด้วย
ขอให้สหายใหม่ไท้เก๊กจงมีสุขภาพแข็งแรง อิ่มเอิบ และเปี่ยมสุขถ้วนหน้า เช่นเดียวกับสหายไท้เก๊กอีกหลายสิบล้านคนทั่วโลก
หมดหน้าที่ของผมแล้ว ผมจะไปอ่านการ์ตูนต่อละครับ
ด้วยคารวะ
ด.ช. ธนิน พิทักษ์สกุลหงส์